แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แตง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แตง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

แตงไทย,tangthai

 

  ชื่อ : แตงไทย

         ชื่อสามัญ : Musk Melon
         ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cucumis melo Linn.
         วงศ์ : CUCURBITACEAE


แตงไทย
ผักและผลไม้ที่มีกลิ่นและรสชาติแบบไทยๆ
“มันยกร่อง ฟักทอง แตงไทย
อีสาวหน้ามล ทำไมเป็นคนหลายใจ...”

เนื้อ เพลงข้างบนนี้เป็นตอนขึ้นต้นเพลงลูกทุ่งยอดนิยมในอดีต ซึ่งขับร้องโดย ชาย เมืองสิงห์ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งยังคงร้องเพลงอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน เพลงนี้ชื่อ “มันยกร่อง” ซึ่งไม่ได้เป็นชื่อมันชนิดพิเศษ หรือพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด หากแต่เป็นมันที่ปลูกบนพื้นที่ยกร่องสวน อันเป็นเทคนิคการปรับปรุงพื้นที่ของเกษตรกรในเขตภาคกลางที่ราบลุ่มและมีน้ำ ท่วมขังเป็นประจำแทบทุกปี
พืชที่ปลูกบนพื้นที่ยกร่องสวนดังกล่าวมักมีคำว่า “ยกร่อง” หรือ “สวน” พ่วงอยู่ข้างท้ายด้วย เพื่อแสดงถึงแหล่งที่มาหรือวิธีการปลูก เช่น “มันยกร่อง” หมายถึงมันที่ปลูกในพื้นที่ยกร่องสวน ต่างจากมันทั่วไปซึ่งปลูกในสภาพไร่บนที่ดอน  หรือ “กล้วยสวน” หมายถึงกล้วยที่ปลูกในพื้นที่ยกร่องสวน มิใช่กล้วยที่ปลูกในพื้นที่ไร่ทั่วไป เป็นต้น คนไทยเชื่อ(หรือทราบดี)ว่า คุณภาพของพืชผักหรือผลไม้ที่ปลูกบนร่องสวนในระบบร่องนั้นมีคุณภาพดีกว่าปลูก ในสภาพไร่(ที่ไม่มีการยกร่อง) ตัวอย่างที่ชัดเจนและยอมรับกันทั่วไปได้แก่ทุเรียนสวน (ปลูกในระบบยกร่อง แถบจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง) มีคุณภาพและรสชาติดีกว่าทุเรียนจากภาคตะวันออก(ระยอง จันทบุรี ฯลฯ)  ซึ่งปลูกในพื้นที่ไม่ได้ยกร่อง
แม้จะใช้ทุเรียนพันธุ์เดียวกันและนำไป จากต้นแม่พันธุ์เดียวกันก็ตาม เช่น ทุเรียนหมอนทองจากสวนยกร่อง จังหวัดนนทบุรี มีรสชาติดีกว่าและแพงกว่าทุเรียนหมอนทองจากจังหวัดระยอง(ปลูกโดยไม่ยกร่อง) เป็นต้น
ที่ขึ้นต้นมายืดยาวเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพของพืชผลที่ได้จาก ระบบยกร่องสวน ก็เพราะปัจจุบันสวนผลไม้แบบยกร่องบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล(นนทบุรี ปทุมธานี)กำลังเสื่อมโทรมและหมดไปทุกที
เนื่องจาก สภาพสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ(น้ำและอากาศเสีย) รวมทั้งความเจริญที่แผ่ขยายเข้าไปทำให้พื้นที่สวนผลไม้ที่ดีที่สุดของประเทศ ไทย กลายสภาพเป็นตึกรามบ้านช่องหรือโรงงานไปเรื่อยๆ สวนผลไม้ที่เกิดขึ้นใหม่ก็มักไม่ใช้วิธีการยกร่อง เช่น สวนทุเรียนในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เป็นต้น
ในอนาคตคนไทยคงหาโอกาสชื่นชมหรือมีความสุขกับรสชาติดีเยี่ยมของทุเรียนสวนได้ยากขึ้นทุกทีแล้ว
คน ไทยนั้นมีความละเอียดประณีตมากในเรื่องรสชาติของอาหาร ดังนั้นจึงทราบดีว่า รสชาติ(รวมทั้งกลิ่น)ของผักและผลไม้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆมากมาย ทั้งสภาพดิน ฟ้า อากาศ วิธีการปลูก ปุ๋ย การให้น้ำ... ฯลฯ และจากชนิดพันธุ์ของพืชด้วย
แตงไทยเป็นพืชชนิดหนึ่งซึ่งคนไทยตั้งแต่ อดีตทราบดีว่า มีความแตกต่างด้านกลิ่นและรสชาติอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับแตงชนิดอื่นๆ หรือแม้แต่ระหว่างพันธุ์ต่างๆในแตงไทยชนิดเดียวกัน

แตงไทย : จากแดนไกลมาเป็นไทยเต็มตัว
แตงไทย เป็น พืชในวงศ์เดียวกับ บวบ ฟัก หรือแตงต่างๆนั่นเอง คือวงศ์ Cucurbitaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucumis melo Linn เป็นไม้ล้มลุกที่มีเถาเลื้อยไปบนพื้นดิน มีมือจับตรงง่ามใบ ใบมีขนาดใหญ่คล้ายๆใบแตงกวา ทุกส่วนของลำต้นมีขนสีขาวปกคลุม ดอกสีเหลือง แยกเป็นดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ผลมีขนาดโตกว่าแตงกวา แต่เล็กกว่าแตงโม รูปร่างกลมรี หรือกลมยาว หัวท้ายมน ผิวเปลือกบาง ผิวสีขาว ครีม เหลือง เขียว หรือมีลาย  เนื้อเมื่ออ่อนสีขาว  เมื่อสุกสีขาว เขียวอมเหลือง แสด ฯลฯ เนื้ออ่อนนุ่ม บางพันธุ์ค่อนข้างร่วน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวค่อนข้างแรง รสหวานไม่มากเท่าแตงโม ขึ้นอยู่กับพันธุ์และวิธีปลูก เมล็ดแบนสีขาวครีมเล็กและสั้นกว่าเมล็ดแตงกวา
แตงไทยมีถิ่นกำเนิดดั้ง เดิมอยู่แถบภาคใต้ของทวีปแอฟริกาเช่นเดียวกับแตงโม และแพร่หลายไปทั่วโลกเหมือนกัน แตงไทยเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยปัจจุบันตั้งแต่เมื่อใดไม่มีบันทึกเอาไว้แต่ คงเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว  จึงพบว่ามีปลูกอยู่ทั่วไปทุกภาครวมทั้งคนกลุ่มน้อย เช่น ชาวไทยภูเขาต่างๆ ก็ปลูกแตงไทยมานานแล้วเช่นกัน
ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ ของหมอปรัดเล พ.ศ.๒๔๑๖ กว่าร้อยปีมาแล้ว  อธิบายเกี่ยวกับแตงไทยเอาไว้ว่า “แตงไท : เป็นชื่อแตงอย่างหนึ่ง ลูกลายๆ ถ้าสุกกินรสหวานเย็นๆที่เขากินกับน้ำกะทินั้น” แสดง ว่าชาวไทยรู้จักเพาะปลูกและกินแตงไทยกันมากว่าร้อยปีแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังเรียกว่า แตงไท และนิยมกินแตงไทยกับน้ำ(เชื่อม)กะทิเหมือนในปัจจุบันอีกด้วย
แตงไทย เป็นชื่อที่เรียกในภาคกลาง ภาคเหนือเรียกแตงลาย มะแตงลาย หรือมะแตงสุก  ภาคอีสานเรียก แตงจิง ภาษาอังกฤษเรียก Musk melon และ Cantaloupe ซึ่งเป็นแตงชนิดเดียวกัน แต่รูปร่างผล กลิ่น และรส แตกต่างจากแตงไทย ดังนั้น คนไทยจึงเรียก Musk melon และ Cantaloupe ว่าแตงฝรั่ง หรือเรียกทับศัพท์ว่า แตงแคนตาลูปบ้าง
แตงไทยจึงเป็นผักและผลไม้ที่ น่าปลูกอย่างยิ่งไม่เฉพาะเกษตรกรเท่านั้น หากรวมถึงผู้อ่านที่มีพื้นดินหรือบริเวณบ้านพอแบ่งเป็นสวนครัวหลังบ้านได้ บ้าง เพราะแม้จะไม่เคยปลูกแตงไทยมาก่อนเลยก็อาจปลูกแตงไทยได้โดยไม่ต้องอาศัยสาร เคมีชนิดใดๆทั้งสิ้น หรือหากไม่มีพื้นที่สำหรับปลูกแตงไทยเลย ก็ขอให้ช่วยกันกินแตงไทยมากๆ เพราะนอกจากท่านจะได้กลิ่นและรสชาติของแตงแบบไทยๆแล้ว ท่านยังปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างชนิดต่างๆอีกด้วย
                                                          **********************
อาหาร
แตงไทยในฐานะ : ผักและผลไม้
แตง ไทยผลอ่อน ใช้เป็นผักจำพวกผักผลสดเช่นเดียวกับแตงกวา นิยมใช้กินสดเป็นผักจิ้มชนิดหนึ่ง รสชาติคล้ายแตงกวาแต่เนื้อแน่นกว่า(น้ำน้อยกว่า) นอกจากนั้นยังนำไปยำและแกงเช่นเดียวกับแตงกวา รวมทั้งใช้ดองเป็นแตงดองได้ดีอีกด้วย นิยมดองให้มีรสออกหวานและเค็มเล็กน้อยมากกว่าดองเปรี้ยว
น่าเสียดายที่คน ไทยยุคปัจจุบันไม่นิยมนำผลแตงไทยอ่อนมาใช้เป็นผักมากเหมือนในอดีต เท่าที่สังเกตดูจะมีแต่ภาคอีสานเท่านั้นที่ยังนิยมมากพอสมควร
ปัจจุบัน คนไทยส่วนใหญ่รู้จักแตงไทยในฐานะผลไม้ชนิดหนึ่ง เพราะยังนิยมกินกันอยู่ โดยเฉพาะขนมประเภทน้ำแข็งใส จะขาดแตงไทยน้ำ(เชื่อม)กะทิไปไม่ได้ เนื่องจากมีกลิ่นและรสชาติพิเศษไม่เหมือนผลไม้อื่น นับว่าแตงไทยน้ำกะทิเป็นขนมยอดนิยมของคนไทยยืนยาวมากว่าร้อยปี และคงนิยมต่อไปอีกนาน
นอกจากทำขนมแล้ว แตงไทยผลสุกยังนำมากินโดยตรงได้เช่นเดียวกับแตงโม แต่ไม่นิยมเท่าแตงโมเพราะไม่หวานเท่า รวมทั้งไม่นิยมเท่าแตงฝรั่ง(แคนตาลูป) เพราะรสชาติไม่หวานเท่าและเนื้อเละกว่า  อย่างไรก็ตาม แตงไทยก็มีข้อดีตรงที่แข็งแรง ทนทาน ปลูกได้ง่ายกว่า และปลูกได้ตลอดปี สามารถปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีเลย(แบบอินทรีย์)ได้ดีกว่าแตงโมหรือแตงฝรั่ง นอกจากนี้แตงไทยยังมีสายพันธุ์หลากหลายมาก มีโอกาสปรับปรุงพันธุ์ให้มีคุณภาพดีได้อีกมาก หากมีการปรับปรุงพันธุ์แตงไทยกันอย่างจริงจังแล้ว อีกไม่นานชาวไทยคงได้กินแตงไทยที่มีรสชาติและคุณสมบัติต่างๆ เท่าเทียมหรือดีกว่าแตงฝรั่ง รวมทั้งปลูกได้ตลอดปีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีทุกชนิดอีกด้วย
กลิ่นและรส ชาติของผลแตงไทยสดยังเหมาะสำหรับทำน้ำแตงไทย เพราะทำได้ง่าย กลิ่นและรสดี สีสวย คุณค่าทางอาหารสูง เนื่องจากมีวิตามินเอสูงมาก นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม ฯลฯ อยู่มากด้วย
ประโยชน์ด้านอื่นๆ
เนื่อง จากแตงไทยเป็นแตงที่ปลูกง่าย บางครั้งจึงนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ด้วย เช่น หมู ไก่ เป็ด และปลา เป็นต้น โดยเฉพาะชาวไทยภูเขาซึ่งใช้วิธีเพาะปลูกแบบดั้งเดิม คือปลูกข้าวไร่พร้อมๆไปกับผักและผลไม้หลายชนิดในแปลงเดียวกัน
สมุนไพรแตงไทยสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคได้หลายส่วน เช่น
  • เนื้อผลอ่อน  : รสเย็นจืด แก้กำเดา(เลือดออกทางจมูก)
  • เมล็ดแก่ : ใช้ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร แก้ไอ
  • โคนก้านผล : มีสารรสขม ชื่อ elaterin แก้ไอ ทำให้อาเจียน
 ที่มา:http://www.doctor.or.th/node/3941

แตงกวา ,Cucumber

ชื่อ : แตงกวา
ชื่อสามัญ : Cucumber
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cucumis Sativus Linn.
 วงศ์ : CUCURBITACEAE
ภาพ:Cucumber_3.jpg

       

ลักษณะทั่วไปของแตงกวา

 แตงกวา เป็นผักที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ขายเป็นกิโลกรัม ขายเป็นกอง หรือเป็นถุงราคาค่อนข้างถูก คนไทยทุกภาคนิยมกินแตงกวากันทั้งนั้น คนเหนือ คนอีสานกินแตงกวากับน้ำพริกต่างๆ กินกับลาบ คนภาคกลางก็กินกับน้ำพริก คนใต้ก็มีแตงกวาเป็น “ผักเหนาะ” ชนิดหนึ่งในจานผักที่หลากหลายที่นิยมกินกับอาหารใต้ที่มีรสจัด และโดยทั่วไปแตงกวายังได้รับเกียรติให้กินคู่กับอาหารจานเดียวอีกหลายชนิด เป็นต้นว่า ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ข้าวหมกไก่ รวมทั้งในจานสลัดก็ยังมีแตงกวาเป็นส่วนประกอบ ทั้งนี้ เนื่องจากแตงกว่าเป็นผักที่มีน้ำมาก แตงกวาจึงช่วยผ่อนคลายความเผ็ดได้ดี และช่วยแก้เลี่ยนในอาหารจานเดียว

คุณค่าทางอาหาร

แตงกวานิยมรับประทานทั้งสดและนำมาประกอบอาหารต่างๆ ได้มากมาย นอกจากินแตงกวาเป็นผักสดแล้ว ลองมาดูซิว่า แตงกวาสามารถนำไปประกอบอาหารง่ายๆ อะไรได้บ้าง เราสามารถนำแตงกวาไปทำแกงจืด หรือผัดใส่ไข่ก็ยังได้ ถ้ามีแตงกวาเยอะก็ยังนำไปดองเก็บเอาไว้กินได้อีกหลายวัน อาหารตะวันตกหลายชนิดก็นิยมกินกับแตงดอง

ประโยชน์ของแตงกวา

ภาพ:Cucumber_6.jpg

          จากการวิเคราะห์ของกองอนามัยไทย แตงกวาให้โปรตีนประมาณ ร้อยละ 1 และให้สารอาหารอื่นๆ เช่นวิตามินซี และเบต้า-แคโรทีน เพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับผักสีเขียวเข้มอื่น ถึงแม้ว่าแตงกวาจะไม่มีสารอาหารมากนัก แต่น้ำแตงกวามีสรรพคุณทางยา คือ ขับปัสสาวะ แก้ไข้ กระหายน้ำ ไฟลวก และสำหรับผู้ที่รักสวยรักงาม ก็นิยมนำแตงกวามาฝานเป็นแว่นบาง ๆ วางแนบบนผิวหน้า หรือบนเปลือกตา เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และบำรุงผิว บางครั้งสูตรนี้คงต้องทำในที่ส่วนตัวสักหน่อย
          ใบแตงกวาก็ยังสามารถใช้แก้ท้องเสีย บิด ส่วนเถาก็ช่วยลดความดันโลหิตได้

 

การปลูกและดูแล

ภาพ:Cucumber_4.jpg

          คนไทยนิยมปลูกแตงกวาเป็นอาชีพ และปลูกเป็นผักสวนครัวกัน มาก เพราะเป็นผักที่ปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็ว อีกทั้งสภาพแวดล้อมของบบบ้าน]]เราก็เหมาะแก่การปลูกแตงกวาเป็นอย่างยิ่ง ความดีของแตงกวาอีกประการหนึ่งที่ทำให้คนไทยนิยมปลูก คือ แตงกวามีความทนทาน เปลือกของแตงกวายังช่วยให้การขนส่ง การเก็บรักษาก็ง่ายกว่าผักชนิดอื่นๆ
          แตงกวาเป็นพืชเถาเลื้อยที่มีมือเกาะ ช่วยพยุงลำต้น ลำต้นเป็นเหลี่ยมมีขนขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไป ลำต้นยายประมาณ 2-3 เมตร มีรากแก้ว ใบเป็นใบเดี่ยว มีมุมแหลม 3-5 แฉก ดอกเป็นดอกตัวผู้ และตัวเมียแยกกันแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้จะเกิดเป็นกลุ่ม 3-5 ดอก ดอกตัวเมียจะเกิดเดี่ยวๆ มีสีเหลือง สังเกตได้ง่าย คือมี ลักษณะคล้ายแตงกวาผลเล็ก ๆ ติดกับกลีบดอก ส่วนดอกตัวผู้จะมีเฉพาะก้านดอกเท่านัน ในการปลูกแตงกวา ถ้ามีดอกตัวเมียมากจะทำให้ได้ผลผลิดสูง
          ผลในขณะยังเล็กจะสังเกตเห็นหนามได้อย่างชัดเจน หนามของแตงกวาจะมีสีขาวและสีดำ แตงกวาหนามสีดำจะเก็บได้เพียง 3-4 วัน หลังเก็บจากต้น ผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง นิ่ม ไม่กรอบ ส่วนแตงกวา ที่มีหนามสีขาวจะมีคุณสมบัติพิเศษ เก็บไว้ได้นานประมาณ 7 วัน โดยไม่นิ่ม และไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเร็ว

พันธุ์แตงกวา

ภาพ:Cucumber_1.jpg

          พันธุ์แตงกวาที่ใช้ปลูกโดยทั่วไปจำแนกได้ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์สำหรับรับประทานสด และพันธุ์สำหรับอุตสาหกรรม (1) พันธุ์สำหรับรับประทานสดจะมีเนื้อบางและไส้ใหญ่ (2) พันธุ์สำหรับอุตสาหกรรมเป็นพันธุ์ที่มีเนื้อหนา ไส้เล็กหรือบางพันธุ์ไม่มีไส้เปลือก มีสีเขียวเข้ม เมื่อนำไปดองจะคงรูป ไม่เหี่ยวย่น
          การปลูกแตงกวามี 2 แบบ คือ ปลูกโดยใช้ค้างหรือ ปลูกโดยไม่ใช้ค้างก็ได้ ตามแต่สภาพพื้นที่ และความสะดวกของผู้ปลูก การปลูกโดยใช้ค้างจะช่วยพยุงลำต้น ทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น แต่จะเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย การปลูกแบบใช้ค้างนิยมใช้กับแตงกวาที่จะใช้ดอง เพราะถ้าไม่ใช้ค้างแล้วผลจะงอ ไม่สวย และผลจะเน่าได้ง่าย เนื่องจากผลแตงสัมผัสกับดิน
          แตงกวาสามารถขึ้นได้ดีในดอนแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทราย มีความชื้นพอเหมาะ มีการระบายน้ำได้ดี เพราะถ้าน้ำขังแฉะจะทำให้เกิดโรคทางใบได้ง่าย การเตรียมดินปลูกแตงกวาเป็นพืชที่มีระบบรากลึกปานกลาง ควรขุดดินลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักใช้ระยะระหว่างแถว           1 เมตร ระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตร หยอดเมล็ดปลูกโดยตรงหลุมละ 3-5 เมล็ด กลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก หรือดินผสมละเอียดลงจนเต็มหลุม แล้วรดน้ำให้ชุ่ม คลุมด้วยฟาง หรือหญ้าแห้ง เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้น ประมาณ 14 วัน แตงกวาจะเริ่มเลื้อย
          แตงกวาเป็นพืชที่ชอบน้ำและความชื้นพอประมาณ ระยะแรกควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ จนแตงกวาเริ่มออกดอกจึงลดลงเหลือ 2-3 วันต่อครั้ง แต่ไม่ควรปล่อยให้แตงกวาขาดน้ำ ในระยะออกดอก จะทำให้ดอกร่วง แตงกวาที่ขาดน้ำจะมีรสขม
          เมื่อแตงกวามีอายุ 30-40 วัน หลังจากหยอดเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ หลังจากเก็บผลแตงกวาแล้วต้องรีบนำเข้าที่ร่มทันที ห้ามล้าง เพราะจะทำให้ผลเหลืองเร็ว หลังฝนตกใหม่ ๆ ไม่ควรเข้าไปเก็บเกี่ยว ควรรอให้ดินแห้งดีก่อน
          แตงกวาชอบอากาศอบอุ่น แต่ไม่ถึงกับร้อนจัด ถ้าร้อนเกินไปแตงกวาก็จะมีแต่ดอกตัวผู้ ทำให้ได้ผลผลิตน้อย สภาพอุณหภูมิของไทยสามารถปลูกแตงกวาได้ตลอดปี ผลผลิตที่ได้ก็อาจแตกต่างกันไปบ้าง



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
วราภรณ์ วิชญรัฐ, ไม้เลื้อยกินได้, สุรีวิยาสาส์น กรุงเทพมหานคร,2548. 120 หน้า
http://www.panyathai.or.th